[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.0
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2
สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
sp_shoo
[ มือใหม่ ]
8
hadison
[ มือใหม่ ]
4
laddamekee
[ มือใหม่ ]
3
Nona
[ มือใหม่ ]
3
som
[ มือใหม่ ]
2
Dr.samart
[ มือใหม่ ]
2
warin
[ มือใหม่ ]
1
paiboonw
[ มือใหม่ ]
1
winich47
[ มือใหม่ ]
1
thararatkpp
[ มือใหม่ ]
1
บทความ blog ล่าสุดโดย
รายงานการใช้ชุดแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้การสอนอ่านแบบ SQ๔Rกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนโค้งไผ่วิทยาphingruthai
รายงานการสร้างและผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนladdamekee
รายงานการสร้างและผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนladdamekee
รายงานการสร้างและผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนladdamekee
รายงานการพัฒนาบทเรียนบนเครือข่าย เรื่องการสร้างเว็บไซต์ด้วยโปรแกรมจูมล่า (Joomla) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3paiboonw
การเข้าค่ายยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนักเรียนชั้น ป.๓ ป.๖ และ ม.๓banmaithongchai
รายงานประเมินโครงการเรียนเพลินรอบรู้กับครูปราชญ์แบบโครงงานสู่ความเป็นมัคคุเทศก์น้อยsp_shoo
การวิจัยในชั้นเรียนDr.samart
การวิจัยในชั้นเรียนDr.samart
สอบพนักงานราชการThankamol
 






 
   




ป้อนข้อความ :

 
 
 
 
   

  

งานวิจัยการศึกษา
    เรื่อง : การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชา ค 23101 คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยใช้รูปแบบซิปปาร่วมกับบทเรียนโปรแกรม

เจ้าของผลงาน : นายวุฒิพงษ์ ปัญญามา
อาทิตย์ ที่ 7 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2560
เข้าชม : 171    จำนวนดาวน์โหลด : 0 ครั้ง
5 stars เฉลี่ย : 5 จาก 6 ครั้ง.

บทคัดย่อ :

ชื่อผลงาน       การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้  รายวิชา  ค 23101  คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  
                       เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยใช้รูปแบบซิปปาร่วมกับบทเรียนโปรแกรม
ผู้รายงาน        นายวุฒิพงษ์  ปัญญามา
ปีที่ศึกษา         2559

 

บทคัดย่อ

             รายงานผลการพัฒนาจัดกิจกรรมการเรียนรู้  รายวิชา  ค 23101  คณิตศาสตร์  ชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 3  เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยใช้รูปแบบซิปปาร่วมกับบทเรียนโปรแกรม ใช้เทคนิคการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research)  มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1)  พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้  รายวิชา ค 23101 คณิตศาสตร์  เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร  โดยใช้รูปแบบซิปปาร่วมกับบทเรียนโปรแกรม   2)  พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียน  รายวิชา  ค 23101  คณิตศาสตร์  เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยใช้รูปแบบซิปร่วมกับบทเรียนโปรแกรม  และ  3)  พัฒนาพฤติกรรมการทำงานของนักเรียนที่เรียน รายวิชา  ค 23101  คณิตศาสตร์  เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร  โดยใช้รูปแบบซิปปา  กลุ่มเป้าหมาย  แบ่งออกเป็น  2  กลุ่ม  ได้แก่  กลุ่มที่  1  กลุ่มเป้าหมายในการทดลองใช้นวัตกรรมและเครื่องมือประเมินคุณภาพนวัตกรรม  คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนบ้านอุดมทรัพย์  ปีการศึกษา  2558  จำนวน  16  คน  และกลุ่มที่  2  กลุ่มเป้าหมายในการทดลอง  เพื่อศึกษาผลการนำนวัตกรรมไปใช้ภาคสนาม  คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนบ้านอุดมทรัพย์  ปีการศึกษา  2559  จำนวน  7  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและพัฒนาครั้งนี้ แบ่งออกเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติ  ได้แก่  แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบซิปปา  ประกอบ ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้  18  แผน  แผนละ 1  ชั่วโมง  เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ  ได้แก่  แบบบันทึกผล หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่มและประเมินผลงาน แบบฝึกหัด  และแบบทดสอบท้ายวงจร  ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ประกอบด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก  จำนวน  30  ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน  ได้แก่  หาค่าเฉลี่ย (Mean)  และค่าร้อยละ (Percentage)  และรายงานผล  ในรูปแบบการบรรยาย  ผลการศึกษาและพัฒนานวัตกรรม  สรุปผลดังนี้

            1.  ผลการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้  รายวิชา ค23101 คณิตศาสตร์  เรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรโดยใช้รูปแบบซิปปาร่วมกับบทเรียนโปรแกรม  พบว่า  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบซิปปาร่วมกับบทเรียนโปรแกรม  เป็นกิจกรรมที่นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้  สามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม  แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มเพื่อน  จนเกิดทักษะที่จำเป็น ในการดำเนินชีวิต  และสามารถนำความรู้ประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจำวันได้  เป็นรูปแบบการสอนที่มีประสิทธิภาพ มีขั้นตอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ดังนี้

                     ขั้นที่ 1  ขั้นทบทวนความรู้เดิม  เป็นการจัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ทบทวนความรู้เดิมจากที่เคยเรียนหรือมีประสบการณ์ผ่านมาแล้ว ซึ่งนักเรียนจะต้องตอบคำถามหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ  ตามที่กำหนด

                     ขั้นที่ 2  ขั้นแสวงหาความรู้ใหม่และทำความเข้าใจข้อมูลเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่  
ในขั้นนี้ นักเรียนแสวงหาความรู้จากสถานการณ์ปัญหาที่ครูสร้างขึ้นจากบทเรียนโปรแกรม  แหล่งเรียนรู้
ต่าง ๆ ด้วยตนเอง  โดยเชื่อมโยงความรู้เดิมให้เข้ากับความรู้ใหม่
  
 

                     ขั้นที่ 3  ขั้นแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในกลุ่ม กิจกรรมในขั้นนี้ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
รับซองกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มละ 1 ชุด ซึ่งในซองกิจกรรมการเรียนรู้จะประกอบด้วย  บัตรคำสั่ง  ใบงานกิจกรรมกลุ่ม และปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย  โดยนำความรู้ที่ตนเองค้นพบ  นำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนสมาชิกในกลุ่มตนเอง  เพื่อจัดทำผลงานกลุ่มให้มีคุณภาพและสร้างสรรค์

                     ขั้นที่ 4  ขั้นสรุปและจัดระเบียบความรู้ นักเรียนจะต้องสรุปหรือสร้างความคิด รวบยอดเกี่ยวกับความรู้จากเรื่องที่เรียน  ครูช่วยสรุป จัดระเบียบความรู้ของนักเรียนให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น

                     ขั้นที่ 5  ขั้นแสดงผลงาน ให้นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนในชั้น  จากนั้นมีการร่วมกันอภิปราย  แสดงความคิดเห็นและสรุปความรู้ร่วมกัน
อีกครั้ง  แล้วให้นักเรียนนำผลงานกลุ่มตนเองปรับปรุงแก้ไขจนสมบูรณ์  จัดตกแต่งผลงานให้สวยงาม
ตามความคิดสร้างสรรค์  พร้อมที่จะนำไปจัดแสดงบนป้ายนิเทศหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เสร็จเรียบร้อยหรือในชั่วโมงว่าง  เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษา  เปรียบเทียบ ประเมินผลงานกลุ่มของตนเองกับเพื่อน และนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขผลงานของตนเองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

                     ขั้นที่ 6  ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ในขั้นนี้ครูจะให้นักเรียน  ทำแบบฝึกหัด 
เพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจของนักเรียน  และให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน แล้วนำมาส่งครูในวันถัดไป

            2.  ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  พบว่า  นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย  24.00  จากคะแนนเต็ม  30  คะแนน  คิดเป็นร้อยละ  80.00 ของคะแนนเต็ม  และมีนักเรียน  ผ่านเกณฑ์จำนวน  6  คน  คิดเป็นร้อยละ  85.71

            3.  ผลการพัฒนาพฤติกรรมการทำงานของนักเรียน  พบว่า  เมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยทั้งชั้นเท่ากับ  26.35   คิดเป็นร้อยละ  82.34  และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์
ที่กำหนดไว้คือร้อยละ  
70  คิดเป็นร้อยละ  83.33

            สรุปได้ว่า  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบซิปปา เป็นแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่มีประสิทธิภาพ  สามารถใช้ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรม
การทำงานของนักเรียน
ให้สูงขึ้นและผ่านเกณฑ์ที่กำหนดได้




งานวิจัยการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      รายงานการประเมินโครงการพัฒนาสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านหนองชุมแสง ปีการศึกษา 2558 31 / ส.ค. / 2560
      รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เรื่อง All About Me กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 11 / ก.ค. / 2560
      รายงานผลการส่งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือของเด็กปฐมวัย โดยใช้ชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 26 / พ.ค. / 2560
      รายงานการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ ชุด My Self กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 25 / พ.ค. / 2560
      รายงานการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำยาก ชุด สระเปลี่ยนรูป และสระลดรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 23 / พ.ค. / 2560


กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<< 1 >>



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป